ทำไมต้องใช้คลอโรฟิลล์ จากต้นอัลฟัลฟา
คลอโรฟิลล์ คือ สารที่เป็นรงควัตถุสีเขียวที่มีอยู่ในพืชทั่วไปแต่พบว่าในปริมาณพืชที่เท่ากันอัลฟัลฟาเป็นพืชที่ให้คลอโรฟิลล์ในปริมาณที่สูงมากกว่าพืชชนิดอื่นๆ หลายเท่าตัว
อาจจะเรียก อัลฟัลฟา ว่าเป็นแหล่งของคลอโรฟิลล์ที่ดีและสมบูรณ์ก็ได้ในการวิจัยค้นคว้าพืชอาหารในฝันที่อุดมด้วยโภชนาการ
อาจจะเรียก อัลฟัลฟา ว่าเป็นแหล่งของคลอโรฟิลล์ที่ดีและสมบูรณ์ก็ได้ในการวิจัยค้นคว้าพืชอาหารในฝันที่อุดมด้วยโภชนาการ
ได้มีการวิเคราะห์พืชอาหารแทบทุกชนิดมากก่วา6,000ชนิด รวมถึงพืชสมุนไพรในประเทศไทยก็ถูกส่งไปตรวจสอบด้วย
เช่นกันซึ่งมีทั้งถั่ว ผักหญ้าและพืชสมุนไพรต่างๆ จากเมล็ด ใบ ต้นของพืชเหล่านั้นในที่สุดค้นพบว่าคลอโรฟิลล์จาอัลฟัลฟ่า นั้นคือ พืชอาหารในฝันอัลฟัลฟ่า เป็นพืชตะกูลถั่ว ซึ่งขึ้นในแถบทะเลทราย
เช่นกันซึ่งมีทั้งถั่ว ผักหญ้าและพืชสมุนไพรต่างๆ จากเมล็ด ใบ ต้นของพืชเหล่านั้นในที่สุดค้นพบว่าคลอโรฟิลล์จาอัลฟัลฟ่า นั้นคือ พืชอาหารในฝันอัลฟัลฟ่า เป็นพืชตะกูลถั่ว ซึ่งขึ้นในแถบทะเลทราย
เมื่อ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล อัลฟัลฟ่าและนำมาใช้เป็นสมุนไพร เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายอัลฟัลฟ่า
นอกจากอุดมไปด้วยสารอาหารแล้วยังมีคลอโรฟิลล์สูงเป็นพืชที่ให้เอสโตรเจนธรรมชาติรวมไปถึง เอมไซม์หลัก 8 ชนิดคือ ไลเปส (Lipase) , อามีเลส (Amylase) ,โคกูเลส (Coagulase) , อีมัลชิน (Emulsin) , อินเวอเทส (Invertase) , เปอร์ออกซิเดส (Peroxidase) , เพคติเนส (Petinase) และ โปรตีส (Protese)
นอกจากอุดมไปด้วยสารอาหารแล้วยังมีคลอโรฟิลล์สูงเป็นพืชที่ให้เอสโตรเจนธรรมชาติรวมไปถึง เอมไซม์หลัก 8 ชนิดคือ ไลเปส (Lipase) , อามีเลส (Amylase) ,โคกูเลส (Coagulase) , อีมัลชิน (Emulsin) , อินเวอเทส (Invertase) , เปอร์ออกซิเดส (Peroxidase) , เพคติเนส (Petinase) และ โปรตีส (Protese)
ที่สามารถต่อต้านสารพิษต่างๆ ได้ดีกว่าพืชชนิด อื่นๆ
คลอโรฟิลล์จากอัลฟัลฟ่ามีคุณภาพดีที่สุดโดยการทดสอบจากพืชทั่วโลก (รวมทั้งสมุนไพรไทยก็ถูกนำไปทดสอบด้วยเช่นกัน) รวมทั้งสินกว่า 6000 ชนิด
โดยวิธีการการสกัดใช้เทคนิคเฉพาะอย่างน้อย 15 ขั้นตอนซึ่งได้ผลผลิตที่ดีคือใบสดของอัลฟัลฟ่า1กิโลกรัมได้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์2.25กรัม
ซึ่งมีปริมาณคลอโรฟิลล์ มากกว่าพืชชนิดอื่นๆจากพืชกว่า 6000 ขนิดพบว่าพืชที่ให้ คลอโรฟิลล์
ซึ่งมีปริมาณคลอโรฟิลล์ มากกว่าพืชชนิดอื่นๆจากพืชกว่า 6000 ขนิดพบว่าพืชที่ให้ คลอโรฟิลล์
ที่บริสุทธิ์และดีที่สุดคือ อัลฟัลฟ่า (Alfalfa)ซึ่งจัดเป็นพืชจำพวกมีฝัก (legumes)ตระกูลถั่วและมีระบบรากที่มหัศจรรย์มาก
ในยางพื้นที่รากของอัลฟัลฟ่าสามารถชอนไชลงไปได้ลึกกว่า 130 ฟุต จึงมีประสิทธิภาพในการดูดซึมอาหารได้มากกว่าและบริสุทธิ์กว่า
ในยางพื้นที่รากของอัลฟัลฟ่าสามารถชอนไชลงไปได้ลึกกว่า 130 ฟุต จึงมีประสิทธิภาพในการดูดซึมอาหารได้มากกว่าและบริสุทธิ์กว่า
อีกทั้งตัวมันเองจะไม่สะสมสารพิษชาวอาหรับโบราณรู้จักใช้ประโยชน์จากอัลฟัลฟ่า (Alfalfa) มากกว่า 2,000 ปี
ก่อนคริสตกาล
โดยใช้เป็นพืชเลี้ยงสัตว์และใช้ใบมาตากแห้งชงเป็นชาดื่ม จึงขนานนามให้เป็น AL-FAS-FAH-SAHหรือ ราชาแห่งอาหารทั้งมวล
ประโยชน์ของ อัลฟัลฟ่าสามารถใช้บำบัดอาการปอดบวม และอักเสบต่างๆเช่น ปวดข้อ จนกระทั่งถึงความผิดปกติของ
โดยใช้เป็นพืชเลี้ยงสัตว์และใช้ใบมาตากแห้งชงเป็นชาดื่ม จึงขนานนามให้เป็น AL-FAS-FAH-SAHหรือ ราชาแห่งอาหารทั้งมวล
ประโยชน์ของ อัลฟัลฟ่าสามารถใช้บำบัดอาการปอดบวม และอักเสบต่างๆเช่น ปวดข้อ จนกระทั่งถึงความผิดปกติของ
นอกจากนี้ อัลฟัลฟ่า สามารถช่วยให้เลือดสะอาดขึ้น
อัลฟัลฟ่า เป็นพืชที่ให้กรดอะมิโนที่จำเป็นครบทั้ง 8 ชนิด
ซึ่งได้แก่ กรดอะมิโนโซลิงซีน,ลิวซีน, เมไธโอนีน, พีนิลอะลานีน, เทรโอนีน,ทริปโตฟานและวาลีน กรดอะมิโนเหล่านี้ร่างกายสร้างเองไม่ได้ แต่จำเป็นต้องมีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการสร้างเซลล์ใหม่
ซึ่งได้แก่ กรดอะมิโนโซลิงซีน,ลิวซีน, เมไธโอนีน, พีนิลอะลานีน, เทรโอนีน,ทริปโตฟานและวาลีน กรดอะมิโนเหล่านี้ร่างกายสร้างเองไม่ได้ แต่จำเป็นต้องมีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการสร้างเซลล์ใหม่
อัลฟัลฟ่ายังมี วิตามินเอ , บี 6, บี 12, ดี, อี และ เค รวมทั้งเกลือแร่เช่น ฟอสฟอรัส,โปรแตสเซี่ยม, แคลเซี่ยม,สังกะสี,
เซเลเนี่ยมและแมกนีเซี่ยม เป็นต้น
ในพืชอัลฟัลฟ่า ประกอบด้วยเอมไซม์หลักอีก 8 ชนิด
คือ ไลเปส (Lipase) , อามีเลส (Amylase)
,โคกูเลส (Coagulase) , อีมัลชิน (Emulsin)
,อินเวอเทส (Invertase) , เปอร์ออกซิเดส (Peroxidase)
,เพคติเนส (Petinase) และ โปรตีส (Protese)
มนุษย์เราต้องการเอมไซด์มากกว่า3,000 ชนิดแต่ร่างกายสร้างได้เองเพียงไม่กี่ชนิด
นอกนั้นต้องบริโภคจากอาหารสดประจำวันประเภทพืชผักและ ผลไม้ต่างๆ
แต่ถ้าหากอาหารเหล่านี้ผ่านความร้อนเกินกว่า 55 องศาขึ้นไปเอ็นไซม์ต่างๆ จะเสื่อมหรือเปลี่ยนรูปไปและร่างกายจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย
ร่างกายต้องการเอนไซม์เพื่อช่วยปรับระดับความสมดุลของระบบคุ้มกันต่างๆ
และจากวิธีการรับประทานอาหารในปัจจุบันนี้ เราได้รับเอนไซม์เข้าไปในร่างกายน้อยมากในอัลฟัลฟ่ายังมีซาโปนินซึ่งเป็นสารที่มีผล
นอกนั้นต้องบริโภคจากอาหารสดประจำวันประเภทพืชผักและ ผลไม้ต่างๆ
แต่ถ้าหากอาหารเหล่านี้ผ่านความร้อนเกินกว่า 55 องศาขึ้นไปเอ็นไซม์ต่างๆ จะเสื่อมหรือเปลี่ยนรูปไปและร่างกายจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย
ร่างกายต้องการเอนไซม์เพื่อช่วยปรับระดับความสมดุลของระบบคุ้มกันต่างๆ
และจากวิธีการรับประทานอาหารในปัจจุบันนี้ เราได้รับเอนไซม์เข้าไปในร่างกายน้อยมากในอัลฟัลฟ่ายังมีซาโปนินซึ่งเป็นสารที่มีผล
ในการอุตันของเลือดและช่วยยับยั้งคลอเลสเตอรอล
ชนิดเลว(LDL)ในเลือดลดลงได้
จึงช่วยลดความดันโลหิตลงไอโซฟลาโวน,ฟลาโวนและสโตอโรลในอัลฟัลฟ่ายังช่วยกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเอสโตเจน
และปรับระดับฮอร์โมนดังกล่าวในผู้หญิงทั้งก่อนมีรอบเดือนและอยู่ในวัยที่ใกล้หมดรอบเดือน
จึงช่วยลดความดันโลหิตลงไอโซฟลาโวน,ฟลาโวนและสโตอโรลในอัลฟัลฟ่ายังช่วยกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเอสโตเจน
และปรับระดับฮอร์โมนดังกล่าวในผู้หญิงทั้งก่อนมีรอบเดือนและอยู่ในวัยที่ใกล้หมดรอบเดือน
ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100%กำลังได้รับความนิยมสูงสุด
สนใจทำธุรกิจ ติดต่อสั่งซื้อที่
คุณ หทัยณันท์
อัครเรืองวงศ์
โทร. 064-549-3661,095-163-9336
.jpg)















.jpg)







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น